หลายคนเวลาเดินตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต อาจจะเห็นผลไม้ที่มี “เกล็ดเหมือนงู” วางขายอยู่ ซึ่งบางทีก็เป็นสละไทย บางทีก็เป็น สละอินโด หลายคนสงสัยว่ารสชาติมันต่างกันแค่ไหน และทำไมเดี๋ยวนี้สละอินโดถึงเป็นที่นิยม วันนี้ชิดสวนจะมาสรุปให้เข้าใจง่ายๆกันค่ะ
1. ความแตกต่างเรื่องรสชาติ
- สละไทย : โดยปกติจะมีรส “เปรี้ยวอมหวาน” กลิ่นจะค่อนข้างแรงและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหลายคนชอบ แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกว่ากลิ่นฉุนไปนิด เหมาะมากกับการนำไปทำ “สละลอยแก้ว” หรือเอาไป “ตำสละ” กินคู่กับพริกเกลือรสจัดจ้าน
- สละอินโด (Salak Pondoh) : รสชาติจะออกไปทาง “หวานมัน” คล้ายๆ กับการทานมันเทศหรือเกาลัด ความเปรี้ยวจะมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย กลิ่นไม่ฉุนเท่าสละไทย ทำให้คนที่ไม่ชอบผลไม้รสเปรี้ยวหรือคนที่ไม่ชอบกลิ่นสละแรงๆ กินได้ง่ายมากขึ้น
2. เนื้อสัมผัส
- สละไทย : เนื้อจะมีความฉ่ำน้ำมากกว่า ถ้าสุกกำลังดีเนื้อจะกรอบและนุ่ม
- สละอินโด : เนื้อจะมีความ “แน่นและแห้งกว่า” สละไทยนิดหน่อย เวลาเคี้ยวจะรู้สึกว่าเนื้อหนึบๆ กรอบๆ ไม่ค่อยมีน้ำเยอะเหมือนสละไทย ทำให้เวลาทานแล้วรู้สึกเหมือนกำลังกินของว่างมากกว่าผลไม้สดทั่วไป
3. กินแบบไหนถึงจะอร่อย?
- ถ้าชอบรสจัด : เลือก สละไทย ครับ จะเอาไปจิ้มพริกเกลือ หรือทำเมนูยำ รับรองว่าเข้ากันสุดๆ
- ถ้าชอบกินเล่น : เลือก สละอินโด ครับ ปอกเปลือกแล้วหยิบเข้าปากได้เลย หวานมันกำลังดี ไม่ต้องปรุงเพิ่ม ไม่ต้องกลัวเปรี้ยวจนเข็ดฟัน เหมาะเป็นของว่างรองท้องตอน บ่ายๆ
4. วิธีเลือก สละอินโด
- ดูที่ผิว เลือกผลที่ผิวดูตึงๆ ไม่เหี่ยวแห้ง เพราะถ้าผิวเริ่มเหี่ยวแปลว่ามันเริ่มเก็บไว้นานแล้ว รสชาติอาจจะไม่อร่อยเท่าที่ควร
- เลือกผลที่หยิบแล้วรู้สึกว่า “มีน้ำหนักเต็มมือ” ผลที่หนักมักจะเนื้อแน่นและหวานฉ่ำ ลองดมดู สละอินโดที่ดีจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นเปรี้ยว
สรุป
ถ้าคุณอยากได้ผลไม้ไว้กินเล่นเพลินๆ รสหวานมัน ไม่เปรี้ยว ไม่เหม็นเขียว สละอินโดคือคำตอบที่ดีมาก แต่ถ้าคุณชอบรสจัดจ้าน เอาไว้ทำยำหรือจิ้มพริกเกลือ สละไทยยังคงเป็นเบอร์หนึ่งเสมอลองเลือกดูตามความชอบได้เลย รับรองว่าทั้งสองอย่างอร่อยคนละแบบจริงๆค่ะ

